กรมสรรพสามิต เบรก หั่นภาษีรถยนต์ สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ ใหม่ 50%

ตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า ทางกรมสรรพสามิต ได้มีการรับเรื่อง เกี่ยวกับการรถภาษีรถยนต์ สำหรับผู้ที่ออกรถยนต์ใหม่นั้น เพื่อกระตุ้น ฟื้นฟูตลาดของการซื้อขายรถยนต์ หลังจากที่ซบเซาลงอย่างหนัก จากปัญหาเศรษฐกิจของทั้งประเทศ และประกอบกับประสบปัญหา โรคระบาด โควิด-19 ซึ่งทำให้ยอดการจำหน่ายรถยนต์ ของทุกๆยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น โตโยต้า, มาสด้า, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ, นิสสัน, และที่หนักที่สุดก็คือ เชฟโรเล็ต ซึ่งถึงกับปิดตัวลงในประเทศไทย ตามที่เป็นข่าวไปแล้วในก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้สภาอุตสาหกรรม ได้มีการชงเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อหาทางแก้ไขกับปัญหาดังกล่าว โดยมีแนวทางคร่าวๆ 3 แนวทางตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ คือ

1.สามารถนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ โดยเน้นไปที่รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานานแล้วกว่า 20ปี ซึ่งรถที่มีอายุเยอะแล้วนั้น ทางสภาอุตสาหกรรมมองว่า รถยนต์รุ่นเก่าๆนั้น มีส่วนทำให้เกิดมลพิษ จึงออกแนวคิดว่าสร้างแรงจูงใจ ต้องการจะให้คนที่มีรถยนต์อายุเยอะๆ นำรถยนต์เก่ามาเปลี่ยนเป็นรถยนต์ รุ่นใหม่ๆที่เป็นพวก ไฮบริด ซึ่งจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า รถยนต์ในรุ่นเก่าๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มีการซื้อ-ขายรถยนต์กันมากขึ้น

2.ขอให้ทางรัฐบาล มีนโยบายช่วย โดยลดค่าภาษีรถยนต์ทุกประเภท 50% โดยให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ค้ารถยนต์ไปจนถึงสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นแนวทางการกระตุ้นการซื้อรถยนต์ของผู้บริโภค

3.นโยบายเกี่ยวกับการบังคับใช้ มาตรฐานยูโร 5 และ ยูโร 6 ในปี 2564 โดยมีการเสนอให้รัฐบาล เลื่อนไปก่อน เนื่องจากความไม่พร้อมในส่วนของพวกน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องมีการใช้ทุนเป็นจำนวนมาก หากยังไม่พร้อมควรเลื่อนออกไปก่อน

ซึ่งนโยบายต่างที่กล่าวมานั้น จะทำให้รถยนต์มีราคาถูกลง ซึ่งทำให้ทุกๆคนมีโอกาสที่จะได้ซื้อรถยนต์กันมากขึ้น ถือเป็นการกระตุ้น การจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้คนเป็นเจ้าของรถยนต์กันมากขึ้น

ซึ่งล่าสุดทางกรมสรรพสามิตมองว่า เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ที่จะมีการปรับลดภาษีรถยนต์ และไม่ต้องการแทรกแซงกลไกทางการตลาด โดยมองว่าถ้าได้ดำเนินการตามแนวคิดนี้ลงไปจะเกิดผลเสียในระยะยาวมากกว่าเกิดผลดี จึงยังไม่เห็นสมควรที่จะให้มีการลดภาษีรถยนต์ในตอนนี้ ซึ่งประชาชนอย่างเราๆก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า ทางภาครัฐจะมีมาตรการอย่างไรในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการปรึกษากับบริษัทผู้ค้าขายรถยนต์ ให้มีการออกแคมเปญ ลดราคา แถมของอย่างอื่นเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ซื้อซื้อรถยนต์แทน ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีวิธีการอื่นๆอีกหรือไม่ในการกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์ ได้อย่างไร ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปครับ แต่ในแนวทางที่ 1 และ 3 นั้น ทางภาครัฐก็กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปใดๆออกมาในตอนนี้